ประวัติวันวาเลนไทน์

ประวัติวันวาเลนไทน์

ประวัติวันวาเลนไทน์ (Valentine’s Day) วันนักบุญวาเลนไทน์ วันแห่งความรัก ตรงกับ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ของทุกๆปี เป็น วันสำคัญวันหนึ่งของชาวคริสต์ วันที่หนุ่ม สาว แสดงถึงความรัก ความห่วงใยถึงคนที่ ปรารถนาดี และ อยากให้คนที่รักมีความสุข อาจจะทำโดยการส่งการ์ด , มอบดอกไม้ หรือพากันไปท่องเที่ยวในสถานที่โรแมนติค แต่เพื่อนๆจะรู้มั้ยค่ะว่า วันวาเลนไทน์นี้ เกิดขึ้นได้อย่างไร มาค้นหา ประวัติวันวาเลนไทน์ พร้อมๆๆกันเลยคะ
ประวัติวันวาเลนไทน์ วันวาเลนไทน์นั้นมีมานานตั้งแต่สมัยจักรวรรดิโรมัน ในกรุงโรมสมัยก่อนนั้น วันที่ 14 กุมภาพันธ์ จะเป็นวันเฉลิมฉลองของจูโนซึ่งเป็นราชินีแห่งเหล่าเทพและเทพธิดาของโรมัน ชาวโรมัน รู้จักเธอในนามของเทพธิดาแห่ง อิสตรีและการแต่งงาน และในวันถัดมาคือวัน ที่ 15 กุมภาจะเป็นวันเริ่มต้นงานเลี้ยงของ Lupercalia การดำเนินชีวิตของเด็กหนุ่มและเด็กสาวในสมัยนั้นจะถูกแยกจากกันอย่างเด็ดขาด แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีประเพณี อย่างนึง ซึ่งเด็กหนุ่มสาวยังสืบทอดต่อกันมา คือ คืนก่อนวันเฉลิมฉลอง Lupercalia นั้นชื่อของเด็กสาวทุกคนจะถูกเขียนลงในเศษกระดาษเล็ก ๆ และจะใส่เอาไว้ในเหยือก เด็กหนุ่มแต่ละคนจะดึงชื่อของเด็กสาวออกจากเหยือก แล้วหลังจากนั้นก็จะจับคู่กันในงานเฉลิมฉลอง บางครั้งการจับคู่นี้ ท้ายที่สุดก็จะจบลงด้วยการที่เด็กหนุ่มและเด็กสาวทั้งสองนั้นได้ตกหลุมรัก กันและแต่งงานกันในที่สุด
แต่ ในรัชสมัยของ จักรพรรดิคลอดิอัสที่ 2 แห่งกรุงโรม พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ที่มีใจคอดุร้ายและทรงนิยมการทำสงครามนองเลือด ได้ทรงตระหนักว่าเหตุที่ ชายหนุ่มส่วนมากไม่ประสงค์จะเข้าร่วม ในกองทัพเนื่องจากไม่อยากจากคู่รัก และครอบครัวไป จึงทรงมีพระราชโองการสั่งห้ามมิให้มีการจัดพิธีหมั้นและแต่งงานกันในโรมโดย เด็ดขาด ทำให้ ประชาชนทุกข์ใจเป็นอย่างยิ่ง และขณะนั้น มีนักบุญรูปหนึ่งนามว่า เซนต์วาเลนไทน์ หรือวาเลนตินัส ซึ่งอาศัยอยู่ในโรมได้ ร่วมมือกับเซนต์มาริอัสจัดพิธีแต่งงานให้กับ ชาวคริสต์หลายคู่ และด้วยความปรารถนา ดีนี้เองจึงทำให้วาเลนไทน์ถูกจับและระหว่างนี้ก็ยังคงส่งคำอวยพร ขณะที่เขาเป็นนักโทษ
เป็น ความเชื่อว่าวาเลนไทน์ได้ตกหลุม รักหญิง สาวที่เป็นลูกสาวของผู้คุมที่ชื่อจูเลีย ซึ่งได้มาเยี่ยมเขาระหว่างที่ถูกคุมขัง ในคืนก่อนที่วาเลนไทน์จะสิ้นชีวิตโดยการถูกตัดศีรษะ เขาได้ส่งจดหมายฉบับ สุดท้ายถึงจูเลีย โดยลงท้ายว่า “From Your Valentine”
วัน ที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 270 หลังจากนั้นศพของเขาได้ถูกเก็บไว้ที่โบสถ์พราซีเดส (Praxedes) ณ กรุงโรม จูเลียได้ปลูกต้นอามันต์ หรืออัลมอลต์สีชมพู ไว้ใกล้หลุมศพของวาเลนตินัส แด่ผู้เป็นที่รักของเธอ โดยในทุกวันนี้ ต้นอามันต์สีชมพูได้เป็นตัวแทนแห่งรักนิรันดรและมิตรภาพ อันสวยงาม และคำนี้ก็เป็นคำที่ใช้มาจนถึงปัจจุบัน ถึงแม้ว่าเบื้องหลังความเป็นจริงของวาเลนไทน์จะเป็นตำนานที่มืดมัว แต่เรื่องราวยังคงแสดงให้เห็นถึงความรู้สึกสงสาร ความกล้าหาญและที่สำคัญที่สุดเป็นเครื่องหมายของความโรแมนติค จึงไม่น่าประหลาดใจ เลยว่าในช่วงยุคกลางวาเลนไทน์เป็นนักบุญ ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในอังกฤษและฝรั่งเศส ต่อมาพระในนิกายโรมันคาทอลิกจึงเลือกให้ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นวันเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความรักและดูเหมือนว่ายัง คงเป็นธรรมเนียมที่ชายหนุ่มจะเลือกหญิงสาวที่ตนเองพึงใจในวันวาเลนไทน์ สืบต่อกันมาจนถึงทุกวันนี้

Posted in เทศกาลวันสำคัญ | Tagged , , , , | Leave a comment

จองตั๋วเครื่องบินออนไลน์

จองตั๋วเครื่องบินออนไลน์ จองอย่างไร ?

แค่เลือกจุดหมายปลายทาง วันเดินทาง  จำนวนผู้โดยสาร และชั้นโดยสาร  เราจะได้รายการทั้งหมด ของทุกสายการบิน ทุกราคา  โดยสามารถเลือกทุกอย่างได้เอง ตามที่ต้องการ  หลังจากนั้นเลือกเวลาเดินทางที่เราต้องการ เมื่อเลือกทุกอย่างครบแล้ว จะได้แบบฟอร์มกรอกข้อมูลผู้โดยสาร และเลือกวิธีการจ่ายเงินพร้อมวิธีการรับตั๋ว แค่กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน และคลิกยืนยันการเดินทาง ก็จะได้รับหมายเลขตั๋วทันที พร้อมอีเมล์ยืนยันการจอง

ทำไมต้องจองตั๋วเครื่องบินออนไลน์

  • ค้นหาได้ด้วยตัวเอง  เมื่อไหร่ก็ได้และสามารถรู้ผลทันที สามารถจองได้ 24 ชั่วโมง
  • เราจะรู้รายการทั้งหมดตามที่ต้องการ  และสามารถเปรียบเทียบ สายการบิน  ราคา และเวลาเดินทางได้
  • ราคาถูกกว่าโทรจอง
  • ลดขั้นตอนในการซื้อตั๋วเครื่องบิน แค่คลิกเลือกสายการบินและใส่ข้อมูลของตัวเอง และเลือกวิธีการจ่ายเงินพร้อมวิธีการรับตั๋ว   การจองก็จะเสร็จสมบูรณ์  พร้อมได้รับหมายเลขตั๋วทันที โดยใช้เวลาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
  • มีหลักฐานยืนยันการจองตั๋วเครื่องบิน
Posted in การเดินทาง, ข่าวสาร | Tagged , | Leave a comment

วันเด็ก คำขวัญวันเด็ก เพลงวันเด็ก น่าสนใจ

วันเด็กแห่งชาติ มีต้นกำเนิดมาจากการที่องค์การสหประชาชาติทั่วโลกเกิดความตื่นตัว และเห็นพ้องต้องกันว่าควรจะให้ความสำคัญแก่เด็ก ๆ โดยในปี พ.ศ. 2498 นายวี เอ็ม กุล ผู้แทนองค์การสหพันธ์เพื่อสวัสดิการเด็กระหว่างประเทศ ได้เป็นผู้เสนอต่อกรมประชาสงเคราะห์ ให้มีการจัดงานวันเด็กแห่งชาติขึ้น เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนได้เห็นความสำคัญ และความต้องการของเด็ก รวมถึงเพื่อเป็นการกระตุ้นให้เด็กตระหนักถึงบทบาทอันสำคัญของตนในประเทศ โดยปลูกฝังให้เด็กมีส่วนร่วมในสังคม เตรียมพร้อมให้ตนเองเป็นกำลังของชาติ
ทั้งนี้ การขานรับกับการจัดงานวันเด็กแห่งชาติได้เป็นไปอย่างกว้างขวาง ในปีเดียวกันนั้นเองทั่วโลกไม่น้อยกว่า 40 ประเทศ จัดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติของตนขึ้น โดยได้มีการกำหนดว่าจะถือเอาวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมของทุกปี เป็นวันเด็กแห่งชาติ
สำหรับประเทศไทย ได้ตอบรับข้อเสนอของนายวี เอ็ม กุลกานี ซึ่งบอกผ่านมาทางกรมประชาสงเคราะห์ กระทรวงมหาดไทยว่า ไทยควรจัดงานเฉลิมฉลองวันเด็กแห่งชาติ รัฐบาลจึงได้จัดให้มีคณะกรรมการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ขึ้นมาคณะหนึ่ง ทำหน้าที่ประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐบาล รัฐวิสาหกิจ และเอกชน กำหนดให้มีการฉลองวันเด็กแห่งชาติทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค จุดประสงค์เพื่อให้เด็กทั่วประเทศทั้งในระบบโรงเรียน และนอกระบบโรงเรียน ได้รู้ถึงความสำคัญของตน เกี่ยวกับสิทธิ หน้าที่ ความรับผิดชอบ ระเบียบวินัย ที่มีต่อตนเองและสังคม มีความยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
อย่างไรก็ตาม งานวันเด็กแห่งชาติครั้งแรกของประเทศไทย จัดขึ้นเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ.2498 จากนั้นเป็นต้นมา ราชการได้กำหนดวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมของทุกปี เป็นวันเด็กแห่งชาติ โดยจัดต่อเนื่องกันมาจนถึงปี 2506 ที่ประชุมคณะกรรมการจัดงานวันเด็กแห่งชาติในปีนั้น ได้มีความเห็นพ้องต้องกันว่า สมควรที่จะเสนอเปลี่ยนวันจัดงานวันเด็กแห่งชาติเสียใหม่ ด้วยเหตุผลว่า เดือนตุลาคมสำหรับประเทศไทย เป็นเดือนที่ยังอยู่ในฤดูฝน มีฝนตกมาก เด็ก ๆ ไม่สะดวกในการเดินทางมาร่วมงาน นอกจากนี้วันจันทร์เป็นวันปฏิบัติงานของผู้ปกครอง จึงไม่สามารถพาเด็กของตนไปร่วมงานได้
ด้วยเหตุนี้ คณะรัฐมนตรีจึงมีมติเห็นชอบ ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2507 ว่า ควรจะเปลี่ยนเป็นวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคม ที่มีความเหมาะสมและสะดวกมากกว่า ตามที่คณะกรรมการจัดงานวัดเด็กแห่งชาติเสนอมา ส่งผลให้ในปี 2507 ไม่มีงานวันเด็กแห่งชาติด้วยการประกาศเปลี่ยนได้เลยวันมาแล้ว งานวันเด็กแห่งชาติจึงเริ่มจัดขึ้นใหม่อีกครั้งในปี 2508 เรื่อยมาถึงปัจจุบัน
พ.ศ.2499 – จอมพล ป.พิบูลสงคราม – จงบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นและส่วนรวม
พ.ศ.2502 – จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ – ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่รักความก้าวหน้า
พ.ศ.2503 – จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ – ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่รักความสะอาด
พ.ศ.2504 – จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ – ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่อยู่ในระเบียบวินัย
พ.ศ.2505 – จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ – ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่ประหยัด
พ.ศ.2506 – จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ – ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่มีความขยันหมั่นเพียรมากที่สุด
พ.ศ.2507 – งดการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ
พ.ศ.2508 – จอมพล ถนอม กิตติขจร – เด็กจะเจริญต้องรักเรียนเพียรทำดี
พ.ศ.2509 – จอมพล ถนอม กิตติขจร – เด็กที่ดีต้องมีสัมมาคารวะ มานะ บากบั่น และสมานสามัคคี
พ.ศ.2510 – จอมพล ถนอม กิตติขจร – อนาคตของชาติจะสุกใส หากเด็กไทยแข็งแรงดีมีความประพฤติเรียบร้อย
พ.ศ.2511 – จอมพล ถนอม กิตติขจร – ความเจริญและความมั่นคงของชาติไทยในอนาคต ขึ้นอยู่กับเด็กที่มีวินัย เฉลียวฉลาดและรักชาติยิ่ง
พ.ศ.2512 – จอมพล ถนอม กิตติขจร – รู้เรียน รู้เล่น รู้สามัคคี เป็นความดีที่เด็กพึงจำ
พ.ศ.2513 – จอมพล ถนอม กิตติขจร – เด็กประพฤติดีและศึกษาดี ทำให้มีอนาคตแจ่มใส
พ.ศ.2514 – จอมพล ถนอม กิตติขจร – ยามเด็กจงหมั่นเรียน เพียรกระทำดี เติบใหญ่จะได้มีความสุขความเจริญ
พ.ศ.2515 – จอมพล ถนอม กิตติขจร – เยาวชนฝึกตนดี มีความสามารถ
พ.ศ.2516 – จอมพล ถนอม กิตติขจร – เด็กดีเป็นศรีแก่ชาติ เด็กฉลาดชาติเจริญ
พ.ศ.2517 – นายสัญญา ธรรมศักดิ์ – สามัคคีคือพลัง
พ.ศ.2518 – นายสัญญา ธรรมศักดิ์ – เด็กดีคือทายาทของชาติไทย ต้องร่วมใจร่วมพลังสร้างความสามัคคี
พ.ศ.2519 – หม่อมราชวงศ์ คึกฤทธิ์ ปราโมช – เด็กที่ต้องการเห็นอนาคตของชาติรุ่งเรือง จะต้องทำตัวให้ดี มีวินัย เสียแต่บัดนี้
พ.ศ.2520 – นายธานินทร์ กรัยวิเชียร – รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นคุณสมบัติของเยาวชนไทย
พ.ศ.2521 – พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ – เด็กดีเป็นศรีแก่ชาติ เด็กฉลาดชาติเจริญ
พ.ศ.2522 – พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ – เด็กไทยคือหัวใจของชาติ
พ.ศ.2523 – พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ – อดทน ขยัน ประหยัด เป็นคุณสมบัติของเด็กไทย
พ.ศ.2524 – พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ – เด็กไทยมีวินัย ใจสัตย์ซื่อ รู้ประหยัด เคร่งครัดคุณธรรม
พ.ศ.2525 – พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ – ขยันศึกษา ใฝ่หาความรู้ เชิดชูชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นคุณสมบัติของเด็กไทย
พ.ศ.2526 – พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ – รู้หน้าที่ ขยัน ซื่อสัตย์ ประหยัด มีวินัยและคุณธรรม
พ.ศ.2527 – พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ – รักวัฒนธรรมไทย ใฝ่ดีมีความคิด สุจริตใจมั่น หมั่นศึกษา
พ.ศ.2528 – พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ – สามัคคี นิยมไทย มีวินัย ใฝ่คุณธรรม
พ.ศ.2529 – พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ – นิยมไทย มีวินัย ใช้ประหยัด ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม
พ.ศ.2530 – พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ – นิยมไทย มีวินัย ใช้ประหยัด ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม
พ.ศ.2531 – พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ – นิยมไทย มีวินัย ใช้ประหยัด ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม
พ.ศ.2532 – พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ – รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม
พ.ศ.2533 – พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ – รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม
พ.ศ.2534 – พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ – รู้หน้าที่ มีวินัย ใฝ่คุณธรรม นำชาติพัฒนา
พ.ศ.2535 – นายอานันท์ ปันยารชุน – สามัคคี มีวินัย ใฝ่ศึกษา จรรยางาม
พ.ศ.2536 – นายชวน หลีกภัย – ยึดมั่นประชาธิปไตย ร่วมใจพัฒนา รักษาสิ่งแวดล้อม
พ.ศ.2537 – นายชวน หลีกภัย – ยึดมั่นประชาธิปไตย ร่วมใจพัฒนา รักษาสิ่งแวดล้อม
พ.ศ.2538 – นายชวน หลีกภัย – สืบสานวัฒนธรรมไทย ร่วมใจพัฒนา รักษาสิ่งแวดล้อม
พ.ศ.2539 – นายบรรหาร ศิลปอาชา – มุ่งหาความรู้ เชิดชูความเป็นไทย หลีกไกลยาเสพติด
พ.ศ.2540 – พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ – รู้คุณค่าวัฒนธรรมไทย ตั้งใจใฝ่ศึกษา ไม่พึ่งพายาเสพติด
พ.ศ.2541 – นายชวน หลีกภัย ขยัน – ประหยัด ซื่อสัตย์ มีวินัย
พ.ศ.2542 – นายชวน หลีกภัย ขยัน – ประหยัด ซื่อสัตย์ มีวินัย
พ.ศ.2543 – นายชวน หลีกภัย – มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ คู่คุณธรรม นำประชาธิปไตย
พ.ศ.2544 – นายชวน หลีกภัย – มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ คู่คุณธรรม นำประชาธิปไตย
พ.ศ.2545 – พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร – เรียนให้สนุก เล่นให้มีความรู้ สู่อนาคตที่สดใส
พ.ศ.2546 – พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร – เรียนรู้ตลอดชีวิต คิดอย่างสร้างสรรค์ ก้าวทันเทคโนโลยี
พ.ศ.2547 – พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร – รักชาติ รักพ่อแม่ รักเรียน รักสิ่งดีๆ อนาคตดีแน่นอน
พ.ศ.2548 – พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร – เด็กรุ่นใหม่ ต้องขยันอ่าน ขยันเรียน กล้าคิด กล้าพูด
พ.ศ.2549 – พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร – อยากฉลาด ต้องขยันอ่าน ขยันคิด
พ.ศ.2550 – พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ – มีคุณธรรมนำใจ ใช้ชีวิตพอเพียง หลีกเลี่ยงอบายมุข
พ.ศ.2551 – พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ – สามัคคี มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ เชิดชูคุณธรรม
พ.ศ.2552 – อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ – ฉลาดคิด จิตบริสุทธิ์ จุดประกายฝัน ผูกพันรักสามัคคี
พ.ศ.2553 – อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ – คิดสร้างสรรค์ ขยันใฝ่รู้ เชิดชูคุณธรรม
พ.ศ.2554 – อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ – รอบคอบ รู้คิด มีจิตสาธารณะ
สำหรับคำขวัญวันเด็ก ปี 2555 ได้แก่
พ.ศ.2555 – ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร – ‘สามัคคี มีความรู้ คู่ปัญญา คงรักษาความเป็นไทย ใส่ใจเทคโนโลยี’

วันเด็ก คำขวัญวันเด็ก เพลงวันเด็ก น่าสนใจ
วันเด็กแห่งชาติ มีต้นกำเนิดมาจากการที่องค์การสหประชาชาติทั่วโลกเกิดความตื่นตัว และเห็นพ้องต้องกันว่าควรจะให้ความสำคัญแก่เด็ก ๆ โดยในปี พ.ศ. 2498 นายวี เอ็ม กุล ผู้แทนองค์การสหพันธ์เพื่อสวัสดิการเด็กระหว่างประเทศ ได้เป็นผู้เสนอต่อกรมประชาสงเคราะห์ ให้มีการจัดงานวันเด็กแห่งชาติขึ้น เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนได้เห็นความสำคัญ และความต้องการของเด็ก รวมถึงเพื่อเป็นการกระตุ้นให้เด็กตระหนักถึงบทบาทอันสำคัญของตนในประเทศ โดยปลูกฝังให้เด็กมีส่วนร่วมในสังคม เตรียมพร้อมให้ตนเองเป็นกำลังของชาติทั้งนี้ การขานรับกับการจัดงานวันเด็กแห่งชาติได้เป็นไปอย่างกว้างขวาง ในปีเดียวกันนั้นเองทั่วโลกไม่น้อยกว่า 40 ประเทศ จัดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติของตนขึ้น โดยได้มีการกำหนดว่าจะถือเอาวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมของทุกปี เป็นวันเด็กแห่งชาติ
สำหรับประเทศไทย ได้ตอบรับข้อเสนอของนายวี เอ็ม กุลกานี ซึ่งบอกผ่านมาทางกรมประชาสงเคราะห์ กระทรวงมหาดไทยว่า ไทยควรจัดงานเฉลิมฉลองวันเด็กแห่งชาติ รัฐบาลจึงได้จัดให้มีคณะกรรมการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ขึ้นมาคณะหนึ่ง ทำหน้าที่ประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐบาล รัฐวิสาหกิจ และเอกชน กำหนดให้มีการฉลองวันเด็กแห่งชาติทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค จุดประสงค์เพื่อให้เด็กทั่วประเทศทั้งในระบบโรงเรียน และนอกระบบโรงเรียน ได้รู้ถึงความสำคัญของตน เกี่ยวกับสิทธิ หน้าที่ ความรับผิดชอบ ระเบียบวินัย ที่มีต่อตนเองและสังคม มีความยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
อย่างไรก็ตาม งานวันเด็กแห่งชาติครั้งแรกของประเทศไทย จัดขึ้นเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ.2498 จากนั้นเป็นต้นมา ราชการได้กำหนดวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมของทุกปี เป็นวันเด็กแห่งชาติ โดยจัดต่อเนื่องกันมาจนถึงปี 2506 ที่ประชุมคณะกรรมการจัดงานวันเด็กแห่งชาติในปีนั้น ได้มีความเห็นพ้องต้องกันว่า สมควรที่จะเสนอเปลี่ยนวันจัดงานวันเด็กแห่งชาติเสียใหม่ ด้วยเหตุผลว่า เดือนตุลาคมสำหรับประเทศไทย เป็นเดือนที่ยังอยู่ในฤดูฝน มีฝนตกมาก เด็ก ๆ ไม่สะดวกในการเดินทางมาร่วมงาน นอกจากนี้วันจันทร์เป็นวันปฏิบัติงานของผู้ปกครอง จึงไม่สามารถพาเด็กของตนไปร่วมงานได้
ด้วยเหตุนี้ คณะรัฐมนตรีจึงมีมติเห็นชอบ ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2507 ว่า ควรจะเปลี่ยนเป็นวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคม ที่มีความเหมาะสมและสะดวกมากกว่า ตามที่คณะกรรมการจัดงานวัดเด็กแห่งชาติเสนอมา ส่งผลให้ในปี 2507 ไม่มีงานวันเด็กแห่งชาติด้วยการประกาศเปลี่ยนได้เลยวันมาแล้ว งานวันเด็กแห่งชาติจึงเริ่มจัดขึ้นใหม่อีกครั้งในปี 2508 เรื่อยมาถึงปัจจุบัน
พ.ศ.2499 – จอมพล ป.พิบูลสงคราม – จงบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นและส่วนรวม
พ.ศ.2502 – จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ – ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่รักความก้าวหน้า
พ.ศ.2503 – จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ – ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่รักความสะอาด
พ.ศ.2504 – จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ – ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่อยู่ในระเบียบวินัย
พ.ศ.2505 – จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ – ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่ประหยัด
พ.ศ.2506 – จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ – ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่มีความขยันหมั่นเพียรมากที่สุด
พ.ศ.2507 – งดการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ
พ.ศ.2508 – จอมพล ถนอม กิตติขจร – เด็กจะเจริญต้องรักเรียนเพียรทำดี
พ.ศ.2509 – จอมพล ถนอม กิตติขจร – เด็กที่ดีต้องมีสัมมาคารวะ มานะ บากบั่น และสมานสามัคคี
พ.ศ.2510 – จอมพล ถนอม กิตติขจร – อนาคตของชาติจะสุกใส หากเด็กไทยแข็งแรงดีมีความประพฤติเรียบร้อย
พ.ศ.2511 – จอมพล ถนอม กิตติขจร – ความเจริญและความมั่นคงของชาติไทยในอนาคต ขึ้นอยู่กับเด็กที่มีวินัย เฉลียวฉลาดและรักชาติยิ่ง
พ.ศ.2512 – จอมพล ถนอม กิตติขจร – รู้เรียน รู้เล่น รู้สามัคคี เป็นความดีที่เด็กพึงจำ
พ.ศ.2513 – จอมพล ถนอม กิตติขจร – เด็กประพฤติดีและศึกษาดี ทำให้มีอนาคตแจ่มใส
พ.ศ.2514 – จอมพล ถนอม กิตติขจร – ยามเด็กจงหมั่นเรียน เพียรกระทำดี เติบใหญ่จะได้มีความสุขความเจริญ
พ.ศ.2515 – จอมพล ถนอม กิตติขจร – เยาวชนฝึกตนดี มีความสามารถ
พ.ศ.2516 – จอมพล ถนอม กิตติขจร – เด็กดีเป็นศรีแก่ชาติ เด็กฉลาดชาติเจริญ
พ.ศ.2517 – นายสัญญา ธรรมศักดิ์ – สามัคคีคือพลัง
พ.ศ.2518 – นายสัญญา ธรรมศักดิ์ – เด็กดีคือทายาทของชาติไทย ต้องร่วมใจร่วมพลังสร้างความสามัคคี
พ.ศ.2519 – หม่อมราชวงศ์ คึกฤทธิ์ ปราโมช – เด็กที่ต้องการเห็นอนาคตของชาติรุ่งเรือง จะต้องทำตัวให้ดี มีวินัย เสียแต่บัดนี้
พ.ศ.2520 – นายธานินทร์ กรัยวิเชียร – รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นคุณสมบัติของเยาวชนไทย
พ.ศ.2521 – พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ – เด็กดีเป็นศรีแก่ชาติ เด็กฉลาดชาติเจริญ
พ.ศ.2522 – พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ – เด็กไทยคือหัวใจของชาติ
พ.ศ.2523 – พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ – อดทน ขยัน ประหยัด เป็นคุณสมบัติของเด็กไทย
พ.ศ.2524 – พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ – เด็กไทยมีวินัย ใจสัตย์ซื่อ รู้ประหยัด เคร่งครัดคุณธรรม
พ.ศ.2525 – พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ – ขยันศึกษา ใฝ่หาความรู้ เชิดชูชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นคุณสมบัติของเด็กไทย
พ.ศ.2526 – พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ – รู้หน้าที่ ขยัน ซื่อสัตย์ ประหยัด มีวินัยและคุณธรรม
พ.ศ.2527 – พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ – รักวัฒนธรรมไทย ใฝ่ดีมีความคิด สุจริตใจมั่น หมั่นศึกษา
พ.ศ.2528 – พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ – สามัคคี นิยมไทย มีวินัย ใฝ่คุณธรรม
พ.ศ.2529 – พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ – นิยมไทย มีวินัย ใช้ประหยัด ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม
พ.ศ.2530 – พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ – นิยมไทย มีวินัย ใช้ประหยัด ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม
พ.ศ.2531 – พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ – นิยมไทย มีวินัย ใช้ประหยัด ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม
พ.ศ.2532 – พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ – รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม
พ.ศ.2533 – พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ – รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม
พ.ศ.2534 – พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ – รู้หน้าที่ มีวินัย ใฝ่คุณธรรม นำชาติพัฒนา
พ.ศ.2535 – นายอานันท์ ปันยารชุน – สามัคคี มีวินัย ใฝ่ศึกษา จรรยางาม
พ.ศ.2536 – นายชวน หลีกภัย – ยึดมั่นประชาธิปไตย ร่วมใจพัฒนา รักษาสิ่งแวดล้อม
พ.ศ.2537 – นายชวน หลีกภัย – ยึดมั่นประชาธิปไตย ร่วมใจพัฒนา รักษาสิ่งแวดล้อม
พ.ศ.2538 – นายชวน หลีกภัย – สืบสานวัฒนธรรมไทย ร่วมใจพัฒนา รักษาสิ่งแวดล้อม
พ.ศ.2539 – นายบรรหาร ศิลปอาชา – มุ่งหาความรู้ เชิดชูความเป็นไทย หลีกไกลยาเสพติด
พ.ศ.2540 – พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ – รู้คุณค่าวัฒนธรรมไทย ตั้งใจใฝ่ศึกษา ไม่พึ่งพายาเสพติด
พ.ศ.2541 – นายชวน หลีกภัย ขยัน – ประหยัด ซื่อสัตย์ มีวินัย
พ.ศ.2542 – นายชวน หลีกภัย ขยัน – ประหยัด ซื่อสัตย์ มีวินัย
พ.ศ.2543 – นายชวน หลีกภัย – มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ คู่คุณธรรม นำประชาธิปไตย
พ.ศ.2544 – นายชวน หลีกภัย – มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ คู่คุณธรรม นำประชาธิปไตย
พ.ศ.2545 – พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร – เรียนให้สนุก เล่นให้มีความรู้ สู่อนาคตที่สดใส
พ.ศ.2546 – พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร – เรียนรู้ตลอดชีวิต คิดอย่างสร้างสรรค์ ก้าวทันเทคโนโลยี
พ.ศ.2547 – พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร – รักชาติ รักพ่อแม่ รักเรียน รักสิ่งดีๆ อนาคตดีแน่นอน
พ.ศ.2548 – พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร – เด็กรุ่นใหม่ ต้องขยันอ่าน ขยันเรียน กล้าคิด กล้าพูด
พ.ศ.2549 – พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร – อยากฉลาด ต้องขยันอ่าน ขยันคิด
พ.ศ.2550 – พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ – มีคุณธรรมนำใจ ใช้ชีวิตพอเพียง หลีกเลี่ยงอบายมุข
พ.ศ.2551 – พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ – สามัคคี มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ เชิดชูคุณธรรม
พ.ศ.2552 – อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ – ฉลาดคิด จิตบริสุทธิ์ จุดประกายฝัน ผูกพันรักสามัคคี
พ.ศ.2553 – อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ – คิดสร้างสรรค์ ขยันใฝ่รู้ เชิดชูคุณธรรม
พ.ศ.2554 – อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ – รอบคอบ รู้คิด มีจิตสาธารณะ
สำหรับคำขวัญวันเด็ก ปี 2555 ได้แก่
พ.ศ.2555 – ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร – ‘สามัคคี มีความรู้ คู่ปัญญา คงรักษาความเป็นไทย ใส่ใจเทคโนโลยี’

Posted in เทศกาลวันสำคัญ | Tagged , , | Leave a comment

เพลงวันเด็ก ที่น่าสนใจ เอาไว้ร้องในวันเด็กแห่งชาติ

เพลงวันเด็ก รวมเพลงวันเด็ก หลากเวอร์ชั่น
เพลง หน้าที่ของเด็ก หรือเรียกกันติดปากว่าเพลง เด็กเอ๋ยเด็กดี เป็นเพลงที่มีเนื้อหาเตือนใจเด็กและเยาวชน เพื่อให้ระลึกถึงสิ่งที่ตนควรทำ ประพันธ์เนื้อร้องโดย ชอุ่ม ปัญจพรรค์ และทำนองโดย เอื้อ สุนทรสนาน เพลงนี้มักเปิดในช่วงวันเด็กแห่งชาติ
เนื้อเพลงเด็กเอ๋ยเด็กดี
เด็กเอ๋ยเด็กดี
ต้องมีหน้าที่สิบอย่างด้วยกัน
เด็กเอ๋ยเด็กดี
ต้องมีหน้าที่สิบอย่างด้วยกัน
หนึ่ง นับถือศาสนา
สอง รักษาธรรมเนียมมั่น
สาม เชื่อพ่อแม่ครูอาจารย์
สี่ วาจานั้นต้องสุภาพอ่อนหวาน
ห้า ยึดมั่นกตัญญู
หก เป็นผู้รู้รักการงาน
เจ็ด ต้องศึกษาให้เชี่ยวชาญ
ต้องมานะบากบั่น ไม่เกียจไม่คร้าน
แปด รู้จักออมประหยัด
เก้า ต้องซื่อสัตย์ตลอดกาล
น้ำใจนักกีฬากล้าหาญ
ให้เหมาะกับกาลสมัยชาติพัฒนา
สิบ ทำตนให้เป็นประโยชน์
รู้บาปบุญคุณโทษ สมบัติชาติต้องรักษา
เด็กสมัยชาติพัฒนา
จะเป็นเด็กที่พาชาติไทยเจริญ
ที่มา panyathai.or.th

เพลงวันเด็ก ที่น่าสนใจ เอาไว้ร้องในวันเด็กแห่งชาติ
เพลงวันเด็ก รวมเพลงวันเด็ก หลากเวอร์ชั่น
เพลง หน้าที่ของเด็ก หรือเรียกกันติดปากว่าเพลง เด็กเอ๋ยเด็กดี เป็นเพลงที่มีเนื้อหาเตือนใจเด็กและเยาวชน เพื่อให้ระลึกถึงสิ่งที่ตนควรทำ ประพันธ์เนื้อร้องโดย ชอุ่ม ปัญจพรรค์ และทำนองโดย เอื้อ สุนทรสนาน เพลงนี้มักเปิดในช่วงวันเด็กแห่งชาติ
เนื้อเพลงเด็กเอ๋ยเด็กดี
เด็กเอ๋ยเด็กดี
ต้องมีหน้าที่สิบอย่างด้วยกัน
เด็กเอ๋ยเด็กดี
ต้องมีหน้าที่สิบอย่างด้วยกัน
หนึ่ง นับถือศาสนา
สอง รักษาธรรมเนียมมั่น
สาม เชื่อพ่อแม่ครูอาจารย์
สี่ วาจานั้นต้องสุภาพอ่อนหวาน
ห้า ยึดมั่นกตัญญู
หก เป็นผู้รู้รักการงาน
เจ็ด ต้องศึกษาให้เชี่ยวชาญ
ต้องมานะบากบั่น ไม่เกียจไม่คร้าน
แปด รู้จักออมประหยัด
เก้า ต้องซื่อสัตย์ตลอดกาล
น้ำใจนักกีฬากล้าหาญ
ให้เหมาะกับกาลสมัยชาติพัฒนา
สิบ ทำตนให้เป็นประโยชน์
รู้บาปบุญคุณโทษ สมบัติชาติต้องรักษา
เด็กสมัยชาติพัฒนา
จะเป็นเด็กที่พาชาติไทยเจริญ
ที่มา panyathai.or.th

กลอนวันเด็ก,คำขวัญวันเด็ก,เพลงวันเด็ก

Posted in เทศกาลวันสำคัญ | Leave a comment

กลอนวันเด็ก น่าสนใจ

วันเด็กแห่งชาติ มักจะมีกลอน เพื่อใช้บอกเล่า และ สั่งสอน ให้เด็กๆ ทำดี และ เป็นคนดีของสังคม
กลอน เป็นลักษณะของคำประพันธ์ในภาษาไทย ซึ่งเรียบเรียงคำต่างๆ เป็นคณะ มีสัมผัสต่างๆ ตามลักษณะของกฎหรือบัญญัติของแต่ละชนิดของกลอน แต่ไม่มีการบังคับเอกโทและครุลหุ
วันเด็กแห่งชาติ ห้ามพลาด การเที่ยว
หนึ่งปีมีวันเดียว อยากจะเที่ยว ให้บอกมา
ผู้ใหญ่ให้ ความสำคัญ ก็เพราะวันเด็กแหละหนา
เสาร์ที่ สองมกรา เด็กเฮฮา อยากมีหลายวัน
กลอนเด็กดุจผ้าขาว
เด็กวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันหน้า เด็กเกิดมาบริสุทธิ์ดุจผ้าขาว
โลกเสื่อมโทรมแต้มสีราคีคาว เด็กต้องก้าวต่อไปทางไกลนัก
โลกสับสนปนเปื้อนเกลื่อนวิปริต สิ่งแวดล้อมเป็นพิษติดกับดัก
โลกเศร้าหมองหม่นใจขาดไร้รัก จมในปลักโสมมสังคมทราม
โลกข่าวสารผ่านสื่อคือตัวอย่าง หล่อหลอมสร้างเสริมให้ใจหยาบหยาม
ไม่ค่อยสรรค์สิ่งดีที่งดงาม กลับสร้างความห่ามเหิมเติมฟุ้งเฟ้อ
สื่อไฮโซดาราพาหลงเหลิง สิ่งบันเทิงน้ำเน่าเฝ้าเสนอ
รสนิยมถ่อยต่ำสรรบำเรอ หากพลาดเผลอรับพิษเต็มจิตใจ
โลกวิกฤตพิษภัยในยะถา ยากแหวกม่านมายาโลกสาไถย
สังคมห่วยที่เห็นและเป็นไป มีผู้ใหญ่แบบอย่างทางอบาย
เด็กรับรู้สิ่งเลวความเหลวไหล เงินเป็นใหญ่สูงสุดเป็นจุดหมาย
มองความจนต่ำช้าน่าอับอาย เห็นผู้ใหญ่วนว่ายตะกายเงิน
สิ่งงดงามความดีไม่มีค่า โลกศรัทธาความรวยอวยสรรเสริญ
เด็กยากรู้ถูกผิดติดเพริดเพลิน จึงขาดเกินไร้แก่นกลวงแกนกลาง
หวังพ่อแม่ญาติครูผู้ใกล้ชิด รักสนิทชี้แนะแยกแยะบ้าง
คอยปลูกฝังคุณธรรมนำทิศทาง เป็นแบบอย่างที่ดีช่วยชี้นำ
หวังสังคมรู้คิดแยกผิดถูก ร่วมฝังปลูกคุณค่าอย่าถลำ
พาเด็กพ้นปลักตมหล่มหลุมดำ ลงมือทำสิ่งสำคัญวันเด็กเอย.
กลอนเด็กอนาคตของชาติ
…….วันเวลา เรียงร้อย สร้อยดอกฝัน
สิ่งละอัน พันละนิด คิดเติมต่อ
จากเศษ เสี้ยว ความฝัน หากหมั่นทอ
สู่สายสร้อย งามละออ ฝันเด็กไทย
…..เมื่อ ยามเด็ก ดุจผ้า ขาวสะอาด
ใช้ความฝัน มาวาด สร้างสิ่งใหม่
อนาคต ของชาติ วันต่อไป
ขอฝากใน มือน้อย ของพวกเธอ
กลอนวันเด็ก กลอนน่ารัก
เด็กคือผู้ สดใส วัยน่ารัก
ต้องรู้จัก รักดี ที่สร้างสรรค์
เคารพพ่อ บูชาแม่ ซึ่งสำคัญ
เชื่อฟังท่าน หมั่นทำดี เป็นศรีวงศ์
อีกครูบา อาจารย์ ท่านสั่งสอน
อย่านิ่งนอน จดจำไว้ อย่าได้หลง
สิ่งดีดี มีไว้ ให้มั่นคง
เด็กเด็กจง ปฏิบัติ อย่าขัดเลย
ความพากเพียร เรียนหนังสือ คือชีวิต
ขอจงคิด ถึงวันหน้า อย่านิ่งเฉย
ขยันเอา เข้าไว้ ไม่ยากเลย
ก.ไก่เอย ข.ไข่ เรียนให้ดี
ทำตามหลัก 10อย่าง ดังเคยรู้
ให้มันอยู่ เป็นนิสัย อย่าได้หนี
อนาคต สดใส ไม่รอรี
เป็นเด็กดี ของสังคม แสนร่มเย็น

กลอนวันเด็ก
วันเด็กแห่งชาติ มักจะมีกลอน เพื่อใช้บอกเล่า และ สั่งสอน ให้เด็กๆ ทำดี และ เป็นคนดีของสังคม
กลอน เป็นลักษณะของคำประพันธ์ในภาษาไทย ซึ่งเรียบเรียงคำต่างๆ เป็นคณะ มีสัมผัสต่างๆ ตามลักษณะของกฎหรือบัญญัติของแต่ละชนิดของกลอน แต่ไม่มีการบังคับเอกโทและครุลหุ
กลอนวันเด็ก
วันเด็กแห่งชาติ ห้ามพลาด การเที่ยวหนึ่งปีมีวันเดียว อยากจะเที่ยว ให้บอกมาผู้ใหญ่ให้ ความสำคัญ ก็เพราะวันเด็กแหละหนาเสาร์ที่ สองมกรา เด็กเฮฮา อยากมีหลายวัน
กลอนเด็กดุจผ้าขาว
เด็กวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันหน้า เด็กเกิดมาบริสุทธิ์ดุจผ้าขาวโลกเสื่อมโทรมแต้มสีราคีคาว เด็กต้องก้าวต่อไปทางไกลนัก
โลกสับสนปนเปื้อนเกลื่อนวิปริต สิ่งแวดล้อมเป็นพิษติดกับดักโลกเศร้าหมองหม่นใจขาดไร้รัก จมในปลักโสมมสังคมทราม
โลกข่าวสารผ่านสื่อคือตัวอย่าง หล่อหลอมสร้างเสริมให้ใจหยาบหยามไม่ค่อยสรรค์สิ่งดีที่งดงาม กลับสร้างความห่ามเหิมเติมฟุ้งเฟ้อ
สื่อไฮโซดาราพาหลงเหลิง สิ่งบันเทิงน้ำเน่าเฝ้าเสนอรสนิยมถ่อยต่ำสรรบำเรอ หากพลาดเผลอรับพิษเต็มจิตใจ
โลกวิกฤตพิษภัยในยะถา ยากแหวกม่านมายาโลกสาไถยสังคมห่วยที่เห็นและเป็นไป มีผู้ใหญ่แบบอย่างทางอบาย
เด็กรับรู้สิ่งเลวความเหลวไหล เงินเป็นใหญ่สูงสุดเป็นจุดหมายมองความจนต่ำช้าน่าอับอาย เห็นผู้ใหญ่วนว่ายตะกายเงิน
สิ่งงดงามความดีไม่มีค่า โลกศรัทธาความรวยอวยสรรเสริญเด็กยากรู้ถูกผิดติดเพริดเพลิน จึงขาดเกินไร้แก่นกลวงแกนกลาง
หวังพ่อแม่ญาติครูผู้ใกล้ชิด รักสนิทชี้แนะแยกแยะบ้างคอยปลูกฝังคุณธรรมนำทิศทาง เป็นแบบอย่างที่ดีช่วยชี้นำหวังสังคมรู้คิดแยกผิดถูก ร่วมฝังปลูกคุณค่าอย่าถลำพาเด็กพ้นปลักตมหล่มหลุมดำ ลงมือทำสิ่งสำคัญวันเด็กเอย.
กลอนเด็กอนาคตของชาติ
…….วันเวลา เรียงร้อย สร้อยดอกฝันสิ่งละอัน พันละนิด คิดเติมต่อจากเศษ เสี้ยว ความฝัน หากหมั่นทอสู่สายสร้อย งามละออ ฝันเด็กไทย…..เมื่อ ยามเด็ก ดุจผ้า ขาวสะอาดใช้ความฝัน มาวาด สร้างสิ่งใหม่อนาคต ของชาติ วันต่อไปขอฝากใน มือน้อย ของพวกเธอ
กลอนวันเด็ก กลอนน่ารัก
เด็กคือผู้ สดใส วัยน่ารักต้องรู้จัก รักดี ที่สร้างสรรค์เคารพพ่อ บูชาแม่ ซึ่งสำคัญเชื่อฟังท่าน หมั่นทำดี เป็นศรีวงศ์อีกครูบา อาจารย์ ท่านสั่งสอนอย่านิ่งนอน จดจำไว้ อย่าได้หลงสิ่งดีดี มีไว้ ให้มั่นคงเด็กเด็กจง ปฏิบัติ อย่าขัดเลยความพากเพียร เรียนหนังสือ คือชีวิตขอจงคิด ถึงวันหน้า อย่านิ่งเฉยขยันเอา เข้าไว้ ไม่ยากเลยก.ไก่เอย ข.ไข่ เรียนให้ดีทำตามหลัก 10อย่าง ดังเคยรู้ให้มันอยู่ เป็นนิสัย อย่าได้หนีอนาคต สดใส ไม่รอรีเป็นเด็กดี ของสังคม แสนร่มเย็น

Posted in เทศกาลวันสำคัญ | Tagged , , | Leave a comment

จองตั๋วเครื่องบินนกแอร์

เครื่องบิน Boeing 737-400 สายการบินนกแอร์

นกแอร์ เป็นสายการบินราคาประหยัดของประเทศไทย ทำการบินภายในประเทศไทยในราคาย่อมเยา  เครื่องบินของนกแอร์เป็นเครื่องที่   แบ่งเช่ามาจากฝูงบินปัจจุบันของบริษัทการบินไทย โดยมีมาตรฐานการดูแลรักษาในมาตรฐานเดียวกันกับ  ของการบินไทยทุกประการ ผู้โดยสารสามารถจองตั๋วเครื่องบินนกแอร์ได้หลายช่องทาง เช่น เคานเตอร์นกแอร์   ในท่าอากาศยานปลายทางต่างๆ จองทางโทรศัพท์หมายเลข 1318 รวมทั้งการจองตั๋วเครื่องบินนกแอร์ ผ่านทางอินเทอร์เน็ต Continue reading

Posted in การเดินทาง | Tagged , , , , | Leave a comment